<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="0.92"><channel><title>เรือนคุ&amp;</title><link>http://khunnamoop.blog.co.uk/</link><description></description><language>en-US</language><docs>http://backend.userland.com/rss092</docs><image><title>เรือนคุ&amp;</title><link>http://khunnamoop.blog.co.uk/</link><url>http://data5.blog.de/design/preview/68/ab50abc48f11d530a62da5ed73fd61_160x200.jpg</url></image><item><title>สงครามเจเนอเรชั่นที่ 4 เป้าหมายมุ่งโจมตีประชาชน</title><description>	&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคง เคยเข้าไปช่วยงานรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา แม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อาจเป็นเพราะนักวิชาการผู้นี้รู้ลึก รู้กว้าง และรอบรู้สถานการณ์โลกเป็นอย่างดี &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ในหลายประเด็นที่คนไทย มึนงงไปหมด หลังเหตุการณ์ระเบิดกรุงเทพ เมื่อค่ำวันที่ 31 ธันวาคม 2549 บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ อาจทำให้ทำให้คนไทยเรียนรู้ที่จะอยู่กับสังคมไทยหลังการระเบิดกรุง&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- หลังระเบิดกรุง 31 ธ.ค. รัฐบาลและ คมช.วางน้ำหนักไปที่กลุ่มอำนาจเก่าที่เสียประโยชน์ เชื่อเช่นนั้นหรือไม่ ?&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ไม่ต้องคิดมากว่ากลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมาหรือเปล่า เพราะเขายังอยู่ ปัญหาคือจะจัดการกับกลุ่มนี้อย่างไร เพราะในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ก็หวั่นๆ เช่นกันว่า ถ้าวันนี้ทำงานให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ อีกไม่กี่เดือนรัฐบาลชุดนี้ก็ไป แล้วใครจะช่วยเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้ จะให้ไปเล่นงานคนโน้นคนนี้ ผู้บริหารประเทศใหม่มาเจ้าหน้าที่ก็ตาย ทุกคนก็รู้ว่านายกฯไม่อยากทำ ท่านก็พร้อมที่จะไปเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องช้าๆ ไปเรื่อยๆ เพราะหันไปทางไหนก็มีคนของอำนาจเก่านั่งอยู่เต็มไปหมด&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- การประชุม ครม. (พุธที่ 3 ม.ค.) หารือกันถึงมาตรการป้องกันการระเบิด การติดตั้งกล้องวงจรปิด ถังขยะที่โปร่งใส การตัดสัญญาณมือถือ การชี้แจงทูต และหาตัวผู้กระทำความผิด มาตรการต่างๆ จาก ครม.เพียงพอไหม &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี วิธีการป้องปรามมี 3 ระบบ คือ ระบบป้องกัน ระบบกู้ภัย ระบบฟื้นฟู ซึ่งโดยปกติแล้วระบบป้องกันทำได้ยากมาก ทุกประเทศที่ทำไม่ประสบความสำเร็จสักประเทศเดียว เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองเปิด มีลักษณะเป็นป้อมค่าย ถูกโจมตีได้จากทุกทาง มีวัฒนธรรมที่อะลุ้มอล่วย มีวัฒนธรรมที่ไม่อยากไปเคร่งเครียดกับการตรวจค้น กับการเตรียมการป้องกันเกินไป นิยมจัดงานเทศกาล นิยมการส่งเสริมการท่องเที่ยว นิยมการเฮฮาร่าเริง &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ฉะนั้นการที่จะมาเตรียมตัวเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้ทุกครึ่งชั่วโมง มีการรายงานข่าว การกระตุ้นเตือน มีการแจ้งเตือนประชาชนทุกครึ่งชั่วโมงคงเป็นไปได้ยาก แต่หลายประเทศจะมีการดำเนินการลักษณะนี้ อย่างเช่นสิงคโปร์จะมี&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;การดูแลพลเมืองเป็นอย่างดี ในยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส จะมีการดูแลตรงนี้ แต่ทั้งหมดที่ทำก็ล้มเหลวเกือบหมด คือโดนโจมตี เช่นที่ กรณีระเบิดสเปนเมื่อ 3 ปีที่แล้วเพิ่งจับได้เมื่อไม่นานมานี้ เพราะฉะนั้นระบบการป้องกันก็ไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมของไทยเท่าไหร่ แล้วระบบการข่าว ข่าวกรองของไทยก็ยังไม่ได้เข้มแข็งเท่าไหร่&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;แล้วการป้องกันต้องอาศัยเครื่องมือที่ไฮเทคค่อนข้างเยอะ ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีเงินในการลงทุนเท่าไหร่ ต้องมีทีวีสมัยใหม่ที่จับภาพคนได้เป็นระบบแมทริกซ์ ไม่ใช่เห็นแต่หัวดำๆ แล้วไม่รู้ว่าเป็นใคร ต้องจับภาพได้ขนาดที่ว่าเอาหน้าคนเข้ากล้องแล้วก็มีรายละเอียดออกมาทั้งหมด สามารถระบุตัวได้เลย ซึ่งราคาแพงมาก&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;จริงๆ แล้ว การจัดการกับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ได้จะต้องใช้ประชาสังคมแบบญี่ปุ่น ให้คนในสังคมช่วยกันดูแล มีอะไรนิดอะไรหน่อย แจ้งเตือนกันได้หมด เหมือนในยุโรป ใครมาจอดรถหน้าบ้านแจ้งเลย เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมการป้องกัน การทำงานการดูแลเมืองจะขัดแย้งกับวิถีชีวิตของคนไทย &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;วันนี้คงต้องมาตั้งต้นกันใหม่ เป็นการเปลี่ยน แปลงวิถีชีวิต เหมือนคนอเมริกันที่เจอเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน หลังจากนั้นก็พบว่าโลกไม่เหมือนเดิม จะไปขึ้นรถเมล์ จะไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าก็อาจจะไม่ปลอดภัย จะไปเดินเล่นตามท้องถนนอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นการป้องกัน การป้องปราม การข่าว การตั้งประชาสังคมที่เข้มแข็ง ช่วยตรวจสอบ ดูแล &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;เป็นหู เป็นตา ต้องจัดระบบ ซึ่งรัฐบาลและ คมช.ก็พยายามเริ่มต้นตรงนั้น มีการจัดระบบ จัดคน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจริงๆ เราก็เคยทำมาแล้ว ในการประชุมเอเปก แต่พอหมดการประชุมก็หยุดไป &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ประการที่ 2 คือ ระบบการกู้ภัย ถือว่าสำคัญมาก จะทำให้เหตุการณ์ที่รุนแรงคลายความรุนแรงไปเยอะ ถ้าสามารถสั่งการได้ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ผู้บริหารลงพื้นที่ เหตุการณ์คราวนี้ก็พอใช้ได้ ผู้บริหารลงพื้นที่ ดำเนินการด้านจิตวิทยาทันที ให้ประชาชนอยู่ในความสงบ เพราะประชาชนจะตื่นกลัว และการตื่นตระหนกของประชาชนจะทำให้การบริหารจัดการไม่ได้ ในกรณีที่โดนโจมตีโดยอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างร้ายแรง อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธนิวเคลียร์ที่ร้ายแรง &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การตื่นตระหนก คนอพยพออกจากเมืองกันหมด จนเหยียบกันตาย โครงสร้างทางสังคมจะพังลงมาหมด กรณีระเบิดร้ายแรง คนจะตื่นตระหนก ไม่ฟัง ตื่นเต้น เครียด ตกใจ รัฐบาลจะต้องออกมาชี้แจง ออกมาให้กำลังใจคน ให้คนสงบ แล้วสั่งการในพื้นที่ ซึ่งก็ทำได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่พอ เพราะระเบิดพร้อมๆ กันขึ้นมา พื้นที่บริเวณนั้นควรจะปิดทันที แล้วเคลียร์พื้นที่ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;การกู้ภัยคือลงพื้นที่ สั่งการ ปิดพื้นที่ เก็บหลักฐานให้ดี ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ ถ้าเก็บหลักฐานไม่ได้ก็จบ จะต้องหาแรงจูงใจ จะต้องหาพยานบุคคลซึ่งก็แปรปรวนมาก พื้นที่เกิดเหตุต้องคลุมผ้าขาวแบบอังกฤษ ไม่ให้เห็นศพ เพราะพอคนเห็นศพยิ่งตกใจไปกันใหญ่ แขนขาด ขาขาด เลือดเต็มถนน ต้องคลุมให้หมด ตรงนี้เรายังทำได้ไม่ดี &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;หลังจากนั้นแล้วจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู มีการตั้งกรรมการติดตามคนผิดมาลงโทษ เพราะตราบใดที่เอาคนผิดมาลงโทษไม่ได้ คนก็จะยังกลัว แล้วส่งสัญญาณให้กับกลุ่มอื่นๆว่าอย่าทำ แล้วจะต้องมีคณะกรรมการฟื้นฟูในหลายเรื่อง เรื่องสภาพจิตใจของคน เพราะคนไม่เคยโดนระเบิด คนไม่เคยอยู่ในสงคราม ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัว ตกอยู่ในความเศร้า ธุรกิจก็จะตื่นตระหนก ตลาดหุ้นก็จะหยุด การท่องเที่ยวก็จะยกเลิก การลงทุนระยะยาว ระยะปานกลาง ระยะสั้นก็จะตื่นตระหนกหมด สิ่งเหล่านี้จะต้องมีคนไปจัดระบบอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ทั้งหมดเหล่านี้ถามว่า รัฐบาลทำได้ไหม ไม่ได้ ฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาสังคม ต้องอาศัยคนหลากหลาย รัฐบาลจะต้องเป็นผู้จัดการ แต่คนทำคือประชาชน เพราะขณะนี้ยุทธศาสตร์เปลี่ยนแล้ว เขาจะมาฆ่าประชาชน ประชาชนจะต้องลุกขึ้นมา เวลานี้ในกระบวนการฟื้นฟู ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ หน่วยงานมนุษยชน สมาคม พ่อค้า ประชาชน องค์กรต่างๆ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอยู่ที่ไหน องค์กรศาสนาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่เป็นเป้า จะต้องออกมาประณาม ต้องออกมาบอกว่า อย่าฆ่าคนแบบนี้รับไม่ได้ ถ้าจะขัดแย้งกันเองก็อย่ามาฆ่าพวกเรา ต้องออกมากดดัน ต้องเดินขบวน ต้องถือธง ต้องบอกว่า คราวหน้าพวกเราจะช่วยกันจับคุณ เราจะพยายามมองหาคุณ ว่าคุณอยู่ตรงไหน เพราะคุณจะมาฆ่าเรา&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- หลังระเบิดกรุงเทพฯวันเดียว โจรบาทเดียวระบาดทั่วเมือง ? &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;นี่คือการผสมโรง การฉวยโอกาส ซึ่งมีอยู่ทุกสังคม พอไฟดับก็ปล้นเลย รถชน คนนอนตายอยู่ก็ไปปลดทรัพย์เขา เป็นส่วนหนึ่งของระบบ เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมคน ซึ่งหลายคนก็เป็นแบบนั้น ก็ผสมโรง เอาเปรียบคนอื่น ประเทศที่เข้าใจระบบพวกนี้จะวางระบบ เขาจะรู้ว่าวันต่อไปจะต้องมีโทรศัพท์กันเข้ามาเยอะแยะไปหมด จะต้องไล่ตามจับวันนั้นเลย คืนนั้นจะต้องประกาศจับให้ได้ วันต่อไปจาก 1,000 กว่าราย ก็ลดลงไปเหลือไม่กี่ 100 ราย ต้องเชือดให้เห็น เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องมาแน่ ที่แค้นกันส่วนตัว คู่แข่งทางธุรกิจก็ดี โจรบาทเดียวก็ขึ้นมาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นจะต้องวางแผนจับให้ได้คืนนั้น หลายประเทศเขาทำกันแบบนี้ เขามีเครือข่ายดักจับ เพราะการผสมโรงมีอยู่ทั่วไป อย่างที่เห็นที่ แอลเอ.และในหลายๆ ประเทศ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- ข้อวิจารณ์ของ "บิ๊กจิ๋ว" ที่ว่า "รัฐบาลและ คมช.มือใหม่ การข่าวสะเปะสะปะ" มีเหตุมีผลไหม &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ก็มีส่วนเหมือนกัน เพราะตอนที่ท่านเองอยู่ก็ไม่ได้ทำมากเท่าไหร่ ก็พยายามทำ พยายามแก้ไขปัญหา ก็ยังล้มลุกคลุกคลาน ทุกรัฐบาลก็พยายามทำ พยายามปรับปรุงโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพ ให้เล็กลง แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล เพราะมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สมัยบิ๊กจิ๋วมีนายพล&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;เป็น 1,000 คน ที่ผ่านมาก็พยายามลดแต่ก็ทำได้ไม่มาก&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- อะไรทำให้ คมช.เชื่อว่าเบื้องหลังคือกลุ่มอำนาจเก่า &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงจะต้องมีข้อมูลการข่าวอยู่ในมือ แต่คงไม่สามารถนำมาเปิดเผยใช้ในการดำเนินคดีได้โดยตรง แต่ว่าในแง่แรงจูงใจ รัฐบาลอาจจะค่อนข้างมั่นใจได้ว่า คงมีไม่กี่กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล แล้วที่ผ่านมาก็มีความเคลื่อนไหวอยู่แล้ว การวางเพลิงเผาโรงเรียนก็มีเกิดขึ้น รัฐบาลที่มีทหาร มีการข่าวอยู่ ก็น่าจะมีข้อมูลอยู่ในมือ แต่การวางน้ำหนักแบบนี้อาจจะทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตได้เหมือนกันว่า เป็นการให้น้ำหนักไปที่คู่กรณีของตัวเองหรือเปล่า คือรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นข้อเท็จจริง แต่ในทางการเมืองประชาชนอาจจะรู้สึกว่า อาจจะเป็นการเมืองเกินไปหรือเปล่า การสืบสวนสอบสวนยังไม่จบสิ้นเลย &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;จริงๆ แล้วการให้น้ำหนักเบื้องต้นควรจะผสมผสานหรือเปล่า ควรจะเปิดช่องสำหรับกลุ่มต่างๆ หรือเปล่า เพราะจริงๆ ก็มีไม่กี่กลุ่ม กลุ่มที่มีความสามารถจริงๆ ก็มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ มีประสบการณ์ มีความชำนาญ ตั้งใจจริง ทำได้ผลมาแล้วในช่วง 2-3 ปี หรือกลุ่มคนมีสี อาจจะมีประสบการณ์จากการฝึก แล้วมีอำนาจสามารถเปิด-ปิดประตู หนุนจัดระบบให้คนเหล่านี้มาโจมตีได้ก็มี แล้วอาจจะมีกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการชื่อเสียง แล้วโกรธแค้นรัฐบาลในเรื่องส่วนตัว สังคมที่ซับซ้อนขึ้นก็อาจจะยังคงมีอยู่บ้าง แต่รัฐบาลไทยเลือกที่จะชี้ ซึ่งเข้าใจว่ามีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว และก็คงมั่นใจ ในขณะที่ประชาชนเองก็รู้สึกว่าสับสน ว่าเป็นกรณีคู่ขัดแย้งกัน&lt;br&gt;
หรือเปล่า &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นการออกมารุกแบบนี้ในแง่หนึ่งอาจจะดูว่าจำเป็น แต่อีกแง่หนึ่งก็ต้องระมัดระวังมาก ว่าทำไปแล้วจะเกิดการตีกลับไหม โดยเฉพาะสื่อบางส่วนที่มาจากต่างประเทศ ก็จะตั้งคำถามว่า เป็นเรื่องที่รวดเร็วเกินไปไหม เพราะผิดจากมาตรฐานของประเทศอื่นๆ การตั้งหลักที่ดี เป็นเรื่องสำคัญ แต่ คมช.ก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไปทางนั้น เพราะข้อมูลพื้นฐานไปทางนั้น แต่ชื่อเสียงของรัฐบาล ของ คมช.ก็อยู่ตรงนั้น จะต้องพิสูจน์ให้ได้ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- มีการวิจารณ์ว่า ปฏิวัติ 19 กันยายนไม่เบ็ดเสร็จ ทำให้เกิดความวุ่นวายและแตกแยก&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;การปฏิวัติแต่ละครั้งก็มีแนวคิด 2 แนวคิด แนวคิดหนึ่งคือ เมื่อรบชนะก็ยึดเมืองเผาทำลายให้เบ็ดเสร็จ ราบคาบ แต่ขณะเดียวกันอีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่า ไม่เคยเผาได้ราบคาบเลย ขนาดเผาอยุธยาทั้งเมืองยังกู้กลับมาใหม่เท่าเดิมเลย แล้วยิ่งในยุคใหม่ไปเผาไปทำลายเท่าไหร่ ก็ยิ่งไปละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นภัยต่อมนุษยชาติ พูดง่ายๆ การเมืองโลกเปลี่ยน คมช.เองก็ติดอยู่ในสถานการณ์ใหม่ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็แล้วแต่มีเรื่องสำคัญพื้นฐานที่จะต้องทำ เมื่อยึดอำนาจแล้วก็ถามว่า คุณยึดอำนาจ มาทำอะไร ก็ต้องทำอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นคนก็จะถามว่า ยึดอำนาจมาทำอะไร ยึดอำนาจมา&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;แล้วมีเหตุผลหลักๆ 4 ประการ ก็ต้องทำให้ได้ อาจจะใช้กระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย ใช้ความร่วมมือในบางเรื่อง ใช้ความเด็ดขาดในเรื่องที่ควรจะทำ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม การยึดอำนาจมาจากระบบหนึ่งแล้วมาไว้ในคนไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่คน ก็เหมือนกับการสร้างป้อมค่ายก็จะถูกโจมตีจากทุกทิศ พอยึดอำนาจมาจากกลุ่มใหญ่มาสู่กลุ่มเล็ก ปัญหาตามมาทันที มีศัตรูรอบทิศ แล้วพอศัตรูตั้งตัวได้ก็จะโจมตีกลับทันที เพราะเขาเสียวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ผลประโยชน์ อำนาจ &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;**พอ 3 เดือนผ่านไป เขาเห็นจุดอ่อน เห็นแนวคิด เขาก็โจมตีกลับ เพราะฉะนั้นการโจมตีกลับของกลุ่มการเมืองของกลุ่มหัวรุนแรง และกลุ่มอื่นๆ ที่ผสมผสานกันไปก็ตามมาเป็นระลอก เพราะฉะนั้น คมช.อาจจะต้องใช้อำนาจในการบริหารจัดการด้านความมั่นคง เพราะครั้งนี้เท่ากับเป็นการท้าทายทหารโดยตรงเพราะทหารอยู่ในอำนาจ ควบคุมการเมือง ควบคุมความมั่นคง ทำไมทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ ประชาชนก็จะต้องเรียกร้องให้ออกไป เป็นเรื่องของสงครามเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ พล.อ.สนธิ พล.อ.สุรยุทธ์รู้เรื่องดี &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;- อยากให้อธิบายสงครามเจเนอเรชั่นที่ 4 &lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;สงครามเจเนอเรชั่นที่ 4 ในปัจจุบัน&amp;#3617
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;small&gt; &lt;a href="http://khunnamoop.blog.co.uk/2007/01/09/a_3626_a_3591_a_3588_a_3619_a_3634_a_361~1532268/#comments"&gt;Comments&lt;/a&gt; &lt;/small&gt; &lt;/p&gt;</description><link>http://khunnamoop.blog.co.uk/2007/01/09/a_3626_a_3591_a_3588_a_3619_a_3634_a_361~1532268/</link><pubDate>Tue, 09 Jan 2007 10:31:55 +0100</pubDate></item></channel></rss>
